นศ.แพทย์รณรงค์ลดอ้วน พึ่งออกกำลังกาย


         สหพันธ์ นิสิตนักศึกษาแห่งเอเชีย ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย เครือข่ายคนไทยไร้พุง ร่วมรณรงค์ลดอ้วนส่งเสริมสุขภาพในรั้วมหาวิทยาลัย หลังพบนักศึกษานิยมใช้บริการลดความอ้วนแบบผิดวิธี

          นาย วสันต์ เจนธนากุล นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 โรงพยาบาลรามาธิบดี ตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งเอเชีย กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้จัดงาน bangkok heath expo โดย จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 6-8 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อ ต่างๆ

          "สหพันธ์ ได้มีโอกาสเข้าร่วมรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคอ้วน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ กทม.ที่มีนโยบาย ให้คนกรุงเทพฯ ไร้พุง ซึ่งร่วมกับเครือข่ายคนไทยไร้พุง และราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป้าหมายของโครงการนี้ต้องการให้ประชาชนทั่วไป และกลุ่มนักศึกษาหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นโดยการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีมากกว่าหันไปหาวิธีการลดน้ำหนักแบบไม่ถูกต้อง" นายวสันต์ กล่าว

          นาย วสันต์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากแต่ขาดความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลตัวเอง บางคนต้องทำงานจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย จนเกิดโรคต่างๆ สะสม โดยโรคที่พบมาก นั่น คือ โรคอ้วนซึ่งเป็นโรคที่จะนำไปสู่โรคไม่ติดต่ออีกหลายโรค เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และบางรายที่เกิดปัญหาโรคอ้วนต้องไปใช้บริการเข้าคอร์สจากสถาบันเสริมความ งาม ซึ่งเป็นสิ่งไม่จำเป็น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้านอื่นในระยะยาวอีกด้วย

          นอก จากนี้ จากการรณรงค์ที่ผ่านมาพบว่าแม้การสูบบุหรี่มีอัตราที่สูง แต่ก็มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ต่างกับปัญหาเรื่องอ้วนและน้ำหนักเกินที่มีแนวโน้มสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสูงถึง 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งเอเชียได้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จึงได้มีการรณรงค์ร่วมกับกรุงเทพมหานครเพื่อสร้างเสริมสุขภาพในมหาวิทยาลัย

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

แนะ! กินผัก ผลไม้หลากสีช่วยเพิ่มแคลเซียม


          อาหาร กับนักกีฬาและผู้รักการออกกำลังกายที่เน้นพืช ผักที่เป็นธรรมชาติ เน้นสลับสีที่มีสีส้ม สีแดง สีเหลือง สีเขียว หรือแม้กระทั่งสีม่วงนั้นบางคนไม่ชอบทาน อย่าลืมว่าสีต่างๆเหล่านี้ธรรมชาติสร้างมาให้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่าง กายทั้งสิ้น

          เพราะ ขณะที่เราทำอะไรก็ตามที่ใช้แรงกาย ใช้ความเครียดผิดจากธรรมชาติที่มนุษย์สร้างมา เช่น อดนอน นอนดึก หรือกินสารที่เป็นพิษกับร่างกาย เช่น สุรา เบียร์ หรือพวกที่สูบบุหรี่ ก็มีผลทำให้เซลล์ไม่รู้จักไม่คุ้นเคยกับสารพิษเหล่านี้ เพราะร่างกายไม่ได้สร้างสารเหล่านี้ขึ้นมา ร่างกายมองว่าเป็นสารพิษสารแปลกปลอมก็เลยเกิดเป็นอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกาย

          แม้ กระทั่งการออกกำลังกายที่มากเกินไป ถึงแม้เราจะบอกว่าการออกกำลังกายดีแน่ๆ แต่ถ้าหนักหนาสาหัสมากเกินไป เช่น ออกกำลังกายวันหนึ่ง 8-9 ชั่วโมง ก็มีผลทำให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระมากกว่าที่เราต้องการได้เช่นเดียวกัน

          ทุกอย่าง ในโลกนี้ต้องใช้หลักปรัชญาพอเพียง คือสายกลางเป็นดีที่สุด ทุกอย่างถ้าอะไรเกินไปก็จะมีข้อเสียจนกระทั่งเราจัดการในร่างกายไม่ได้ ถ้าน้อยเกินไปก็เฉา ฉะนั้นเอาพอดีๆนะครับ การทานผักสีต่างๆ พวกสีเหลืองจากฟักทอง ข้าวโพด สีส้มแครอท สีม่วง เช่น กะหล่ำปลีม่วง แม้กระทั่งสีเขียวพวกผักคะน้า ม็อคคารีที่กำลังฮิตน้ำคลอโรฟิลด์ ซึ่งน้ำคลอโรฟิลด์ก็คือสีเขียวนั่นเอง แต่ไปตั้งชื่อให้เก๋ไก๋ ชาวบ้านไม่รู้ว่าอะไรกันแน่ ผักทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นผักสีเขียว สีส้ม สีแดง สีม่วง ล้วนเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระทั้งสิ้น

          นัก กีฬาจึงควรกินพวกนี้มากๆ เช่น วันนี้กินสีเหลือง พรุ่งนี้สลับกินสีเขียว สีม่วงบ้าง เวลาสั่งอาหารตามสั่งก็บอกแม่ค้าเอาข้าวราดผัดผักรวมก็จะมีหลายสีผสม อันนี้เป็นวิธีการที่จะช่วยลดอนุมูลอิสระในร่างกาย ที่ธรรมชาติสร้างสิ่งที่แก้ไขซึ่งกันและกันให้มาแล้ว แต่มนุษย์เองไม่กิน ไม่ใช้ธรรมชาติ กลับไปเลือกใช้อาหารเสริมซึ่งไม่มีอะไรดีกับร่างกายเท่ากับธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกิน

          แม้ กระทั่งแคลเซียมที่นักกีฬาต้องการก็มีจากธรรมชาติ เช่น การกินน้ำซุปต้มกระดูก ปลาตัวเล็กตัวน้อย นม ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ต่างๆ เป็นต้น แม้แต่ชาวอีสานที่กินปลาร้า ลองนึกดูว่าปลาร้ากว่าจะได้มาต้องเอาปลาไปหมัก กระดูกก้างปลาก็ต้องหมัก ปลาร้าจึงมีกระดูกก้างปลาเต็มไปหมด จึงเป็นแหล่งสำคัญของแคลเซียม ฟอสฟอรัสตามธรรมชาติ เพราะสารจากการหมักการดอง เกลือแร่พวกแคลเซียม ฟอสฟอรัส ไม่เปลี่ยนแปลงเพราะเป็นโลหะ ซึ่งปลาร้าในปัจจุบันที่ทำเป็นซองขายมีการฆ่าเชื้อเรียบร้อย สามารถส่งออกได้

          เช่น เดียวกับกะปิเวลาทำน้ำพริกปลาทู กะปิทำจากเคยที่เป็นสัตว์เล็กๆที่มีเปลือกหุ้มอยู่ กุ้งแห้งก็กินเปลือกกุ้งแห้ง แคลเซียมทั้งนั้น แต่อาจจะน้อยกว่าก้างปลา พวกเปลือกที่หุ้มอยู่ภายนอกมีแคลเซียมน้อยกว่า แต่ก็ยังดีกว่าอยู่เปล่าๆ

          เห็น ไหมครับเรื่องผัก ผลไม้หลากสีล้วนมีแคลเซียมจากธรรมชาติทั้งนั้น แม้กระทั่งเกลือแร่ซึ่งมีผู้ถามเสมอว่าต้องกินน้ำเกลือแร่หรือเปล่าเวลาออก กำลังกายแล้วเสียเหงื่อ ผมบอกตรงๆเลยว่าเกลือแร่ในร่างกายมีการเก็บสะสมไว้พอเพียงให้เราใช้ออก แรงกลางแดด จึงอยากให้กินน้ำผลไม้มากกว่า เพราะในน้ำผลไม้มีเกลือแร่ครบเพียงพอเท่าเทียมกับน้ำเกลือแร่ แถมในน้ำผลไม้ยังมีวิตามินเพิ่มมากขึ้นอีก มีสารเอนไซม์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ สีส้ม แดง เขียว ฯลฯ

          สรุป ว่าอาหารของนักกีฬาควรทานอาหารที่เป็นธรรมชาติ ข้าวซ้อมมือ หัวเผือก หัวมัน ผลไม้หลากสีต่างๆให้ครบ เพื่อไปป้องกันหรือต่อสู้จากตัวอนุมูลอิสระซึ่งเปรียบเป็นเซลล์เกเร ร่างกายต้องการแคลเซียมและเกลือแร่เพื่อให้กล้ามเนื้อที่ต้องขยับใช้งานได้ กล้ามเนื้อถูกสั่งการโดยสัญญาณไฟฟ้าจากสมอง สมองสั่งสัญญาณไฟฟ้ามาให้เราขยับแขน ขยับขา งอแขน งอเข่าในการวิ่งและเล่นกีฬา สัญญาณไฟฟ้ามาตามเส้นประสาท จากสมองลงมาที่คอ มาที่หัวไหล่ ลงมาที่ขา ลงไปที่กล้ามเนื้อทุกมัด ไฟฟ้าที่มาจะไปเปลี่ยนแปลงตรงจุดที่จะเข้าสู่กล้ามเนื้อโดยอาศัยสารหลายๆตัว รวมทั้งเกลือแร่ด้วย เช่น แมกนีเซียม แคลเซียม โซเดียม ไปสั่งการให้เกิดการบีบ คลาย หดของกล้ามเนื้อ

         เห็น ไหมครับว่าเราต้องการไฟฟ้า เกลือแร่และสารต่างๆที่หลั่งจากเส้นประสาทจะไปสั่งกล้ามเนื้อให้ทำงาน บีบ คลาย หด เราจึงเกิดการขยับไปมาเหมือนที่เป็นอยู่โดยอัตโนมัติโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่ถ้าขาดเกลือแร่เมื่อไหร่อาการผิดปรกติต่างๆจะเกิดขึ้นมากบ้างน้อยบ้างตาม สภาวการณ์

          คราว นี้พอจะนึกภาพออกหรือยัง รวมทั้งอาหารที่จะช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเสียหาย จึงควรทานอาหารหลากหลาย ไม่ใช่เน้นอะไรบางอย่าง เช่น ความเชื่อเรื่องโปรตีน คนที่ออกกำลังกายโดยทั่วไปมักถูกสอนให้เชื่อว่าต้องกินโปรตีนเยอะหน่อย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง โปรตีนเองร่างกายไม่ต้องการมากนัก ยกเว้นในช่วงวัยเด็กและเข้าสู่วัยกำลังเติบโต (growth frist) คือ ระหว่าง 11 ปีครึ่ง-17 ปี ที่ร่างกายต้องการความสูงใหญ่อย่างรวดเร็ว ต้องการสร้างกล้ามเนื้อตามกระดูกที่ยาวขึ้นๆ จึงจำเป็นต้องการโปรตีนมากกว่าคนธรรมดา แต่ไม่ได้มากมาย

          คน ทั่วไปต้องการโปรตีนเฉลี่ยแล้วคิดเป็นน้ำหนักของเนื้อสัตว์ ซึ่งนักโภชนาการจะพูดเป็นมิลลิกรัม แต่เราพูดเป็นขีด คือคนธรรมดาทั่วไปหรือวัยกลางคนต้องการโปรตีนไม่เกินวันละ 3 ขีด รวม 3 มื้อ เอาเนื้อหมู ปลา เป็ด ไก่ มาผสมรวมกันแล้วนับรวมกันไม่เกิน 3 ขีด ถ้าเด็กต้องการเพิ่มอีก 1 ขีด คือไม่เกิน 4 ขีด เราต้องการเพียงแค่นี้ใน 1 วัน เด็กก่อนอายุ 25 ปีอาจต้องการถึง 4 ขีดต่อวัน แต่เลย 25 ปีไปแล้ว 2-3 ขีดก็เพียงพอ

          สำหรับ คนสูงอายุ 2 ขีดก็พอแล้ว เพราะถ้าเยอะไปร่างกายจะไม่ต้องการเก็บเอาไว้ สะสมไม่ได้ด้วย ต้องทิ้งออกให้หมดจากร่างกาย มิฉะนั้นจะกลายเป็นสารตกค้างยูริกแอสิดที่ร่างกายไม่ชอบ เป็นของเสียไปอีก

 ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

ระวังความดันโลหิตสูง ภัยเงียบ นำไปสู่ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ


          โรคความดันโลหิตสูง หรือที่เรียกว่า "ฆาตรกรเงียบ" เนื่อง จากผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงออกอย่างชัดเจน หากไม่ดูแลและควบคุม จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี เกิดโรคแทรกซ้อนจนเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคไต และโรคหัวใจล้มเหลวได้อย่างเฉียบพลันปัจจุบันโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหา มากในผู้สูงอายุ โรคนี้มีอันตรายสูงเนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่าตนเองมีความดัน โลหิตสูงเพราะไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจพบความดันโลหิตสูงได้แต่เนิ่น จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษาและควบคุมอาการ

          เนื่อง ในวันความดันโลหติสูงโลกซึ่งกำหนดให้วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันความดันโลหิตสูงโลก เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความอันตรายและวิธีการป้องกันและควบคุมโรค ความดันโลหิตสูง ดร.นพ.เจย์ ลี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพเพศชาย โรงพยาบาลรอคกี้วิลล์ เจอเนอรัล ประเทศแคนาดา จึงให้คำแนะนำเกี่ยวกัลป์การดูแลตัวเองให้ห้างไกลจากภาวะความดันโลหิตสูง

          "ความ ดันโลหิตปกติ คือ มีความดันเลือดสูงสุดขณะหัวใจบีบตัวน้อยกว่า 120 และความดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัวต้องน้อยกว่า 80 ตัวอย่างเช่น 119/79 mm mg ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ที่มีความดันเลือดอยู่ในระดับอันตรายคือ 140/90 mm hg และ 130/80 สำหรับผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงส่วนสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงนั้นร้อยละ 90-95 ไม่ทรายสาเหตุที่แน่ชัดอาจเนื่องมาจากกรรมพันธุ์และอื่นๆ มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่ทราบสาเหตุ เช่น ไขมันในเลือดสูง เครียด โรคอ้วน ทั้งนี้ถ้าสามารถลดปัจจัยที่เป็นสาเหตุได้โอกาสการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง เพราะความดันโลหิตสูงนำไปสู่โรคที่บั่นทอนชีวิตและสุขภาพ อาทิ โรคหัวใจ โรคไตและยังนำไปสู่โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งผู้ชายจำนวนมากอาจยังไม่ทราบถึงความเกี่ยวข้องระหว่างสองโรคนี้" ดร.นพ.เจีย์ ลี กล่าว "ความปลอดภัย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แนะนำขนาดยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย" ดร.นพ.เจย์ ลี กล่าวเพิ่มเติม

          "ข้อ ดีของปัญหาความดันโลหิตสูงอยู่ที่แม้ว่าจะไม่ทราบสาเหตุของโรคที่แน่ชัด แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและสำหรับผู้ที่ป่วย เป็นโรคความดันโลหิตสูงแล้วก็สามารถควบคุมอาหารของโรคได้ง่ายๆ ด้วยการพยายามควบคุมน้ำหนัก รับประทานผักและผลไม้สด เนื่องจากมีโพรแทสเซียมสูง รวมถึงรับประทานโฮลเกรนและอาหารที่มีไขมันต่ำ ซึ่งอาหารที่มีประโยชน์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผู้ป่วยควรลดการรับประทานเกลือและโซเดียม จะช่วยในการลดระดับความดันเลือด ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด" ดร.นพ.เจีย์ ลี กล่าวสรุป

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

รักสุขภาพ ออกกำลังกาย ช่วยได้


          ผู้ ป่วยเบาหวานจะมีอายุสั้นกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวาน เฉลี่ยประมาณ 10-15 ปี สาเหตุการเสียชีวิตที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ป่วยเบาหวานคือ หัวใจวายหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด จากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตัน

          ปัจจัย เสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ได้แก่ การสูบบุหรี่ ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ไม่ออกกำลังกาย ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวานถึง 2-3 เท่า เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมีปัจจัยเสี่ยงมากมายในการเกิดโรคดังกล่าว

          โรค หัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานป้องกันได้ ถ้าเคร่งครัดต่อการปฏิบัติตัวต่อสุขภาพ ในอนาคตผู้ป่วยเบาหวานจะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดน้อยลง

          โรค เบาหวานทำให้ไขมันในเลือดผิดปกติ คือ มีผลทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และดับเอช-ดี-แอล คอเลสเตอรอล (คอเลสเตอรอลชนิดดี) ในเลือดต่ำ โรคเบาหวานมีความสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวานจะมีความดันโลหิตสูงมากกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวานถึง 2 เท่า โดยเฉพาะถ้าเป็นเบาหวานลงไตแล้ว จะพบความดันโลหิตสูงได้บ่อยมากนอกจากนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเอง ก็มีผลทำให้หลอดเลือดแดงตีบตันได้

          ผู้ ป่วยเบาหวานจะป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคหัวใจขาดเลือดได้ โดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาดควบคุมอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลน้อย งดเครื่องดื่มและอาหารที่มีรสหวาน ควบคุมปริมาณอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว และจากการสำรวจ พบว่าข้าวกล้องมีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มน้อยกว่าข้าวขัดขาว

          หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ขาหมู หนังสัตว์ เครื่องใน หอยนางรม ไข่แดง เป็นต้น ควรรับประทานอาหารประเภทผักและถั่วให้มากและรับประทานผลไม้พอประมาณ หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม กรณีที่มีความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ ควรรับประทานยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ

          ผู้ ป่วยเบาหวานควรมีระดับไขมันแอล-ดี-แอล คอเลสเตอรอล (คอเลสเตอรอลชนิดร้าย) กว่า 150 มก./ดล. ระดับความดันโลหิตควรน้อยกว่า 130/80 มม.ปรอท ระดับน้ำตาลในเลือดขณะงดอาหารควรจะน้อยกว่า 120 มก./ดล. และน้ำตาลเฉลี่ยหรือน้ำตาลสะสมในเลือด (ฮีโมโกลบิน เอ-วัน-ซี) ควรน้อยกว่า 7.0%

          ผู้ป่วยบางรายที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างอาจจะต้องรับประทานแอสไพรินขนาดเล็กร่วมด้วย เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด

 ที่มา : โรงพยาบาลราชวิถี

มวยไทยแอโรบิก ออกกำลังกายผสมผสาน ช่วยให้หัวใจ ปอด แข็งแรง


          แอโรบิก เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในบรรดาคนรักสุขภาพ เพราะเป็นกิจกรรมที่นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีรูปร่างที่สวยงามแล้ว แอโรบิกยังให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และสามารถผ่อนคลายความเครียดได้

          มวยไทยแอโรบิก เป็น กิจกรรมที่ผสมผสานระหว่างการเต้นแอโรบิกกับกีฬามวยไทย จัดเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยเรียกเหงื่อและรอย ยิ้มได้เป็นอย่างดี มวยไทยแอโรบิกเป็นการนำลักษณะการออกอาวุธของมวยไทย เช่น การออกหมัด การเตะ ฯลฯ มาประยุกต์เป็นท่าเต้นแอโรบิก

          การ ออกกำลังกายแบบมวยไทยแอโรบิกเกิดขึ้นมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ค่อยแพร่หลายจึงไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มวยไทยแอโรบิกเป็นกิจกรรมหนึ่งที่พวกเราคนไทยควรรู้จัก เพราะเป็นกิจกรรมที่ช่วยอนุรักษ์กีฬามวยไทย นับวันคนรุ่นหลังแทบจะไม่รู้จักมวยไทยแล้ว เพราะการแข่งขันมวยไทยมีไม่ค่อยมาก ไม่เหมือนมวยสากลหรือมวยไทยสากล ดังนั้น การประยุกต์ท่าแม่ไม้มวยไทยกับการเต้นแอโรบิกน่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะ ช่วยสืบสานให้กีฬาประเภทนี้คงอยู่กับคนไทยตราบนานเท่านาน ไม่ถูกลืมเลือนหรือสูญหายกลายไปเป็นสมบัติของชาติอื่น

          มวย ไทยแอโรบิกเป็นการออกกำลังกายด้วยท่าแม่ไม้มวยไทยร่วมกับท่ากายบริหารหรือ การเคลื่อนไหวร่างกายเบื้องต้น โดยใช้จังหวะดนตรีเป็นตัวกำกับความช้าเร็วของการเคลื่อนไหว

          เวลา ที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายประเภทนี้คือ ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 30 นาที จึงจะสามารถช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบการหายใจ หัวใจ ปอด และหลอดเลือด ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้นด้วย

          สำหรับ คนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหรือมีสุขภาพไม่แข็งแรงแต่สนใจอยากทำกิจกรรม ประเภทนี้ควรหัดจากท่าที่ไม่ยากหรือหนักเกินไปก่อน เพื่อฝึกการเคลื่อนไหวและประสาทสัมผัส โดยทำครั้งละ 30 นาทีเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เมื่อร่างกายมีความพร้อมมากขึ้นอาจเพิ่มความหนักและความยากของท่า และอาจเพิ่มเวลาเป็น 35 นาที หรือค่อยๆเพิ่มเวลาไปเรื่อยๆจนสามารถออกกำลังกายได้ครบ 1 ชั่วโมง

          ชุด ที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายแบบมวยไทยแอโรบิกควรเป็นชุดที่พอดีตัว ไม่หลวมจนเกินไป ส่วนรองเท้าควรสวมรองเท้ากีฬาหรือรองเท้าสำหรับการเต้นแอโรบิกโดยเฉพาะ เพราะจะช่วยลดแรงกระแทกจากการเต้น และป้องกันการบาดเจ็บขณะเล่นได้

          มวย ไทยแอโรบิกจัดเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย แม้กระทั่งผู้สูงอายุก็สามารถออกกำลังกายประเภทนี้ได้โดยลดจังหวะการเต้นให้ ช้าลง ใช้ท่าที่ไม่ยากมากสำหรับการเคลื่อนไหว ส่วนคนหนุ่มสาวอาจใช้จังหวะเพลงที่เร็วหน่อย เพราะจะช่วยให้การออกกำลังกายของคุณมีความสนุกสนานมากขึ้น

          ไม่ว่าคุณจะชอบหรือถนัดกีฬาชนิดไหนก็ตาม คุณควรแบ่งเวลาส่วนหนึ่งในชีวิตมาดูแลร่างกายตัวเองบ้าง เพราะการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญกับสุขภาพของเรา สำหรับหนุ่มสาววัยทำงานอาจหาเวลาไปออกกำลังกายไม่ค่อยได้ จึงอยากแนะนำให้คุณเลือกเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้น เพราะการเดินถือเป็นการออกกำลังกายอีกอย่างหนึ่งที่ทำได้ง่ายๆแต่ให้ผลที่ คุ้มค่า ยังไงอย่าลืมมาออกกำลังกายกันเยอะๆนะคะ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง


ที่มา : หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

ออกกำลังกายอย่างไร ให้หัวใจแข็งแรง


             การออกกำลังกายโดยทั่วไปล้วนแล้วแต่มีประโยชน์กับร่างกายอยู่แล้ว แต่มีหลายคนสงสัยว่าจะออกกำลังกายอย่างไรที่จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำ งานของหัวใจสูงสุด คำตอบของคำถามนี้ก็คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (aerobic exercise) ซึ่งหลายคนก็คงจะเข้าใจว่าคือการเต้นแอโรบิก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่

             การออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ในร่างกายหลายๆมัดอย่างต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะมีผลให้ร่างกายใช้ออกซิเจนไปเผาผลาญอาหาร ในร่างกาย และทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ และปอดดีขึ้น โดยมีหลักการง่ายๆดังนี้

             1. เป็นการออกกำลังของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆทั่วร่างกาย เช่น เดินเร็วๆ วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือเต้น แอโรบิก
             2. ระยะเวลาในการออกกำลังกายในแต่ละครั้งไม่ควรน้อยกว่า 20-30 นาที
             3. ควรทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
             4. ที่สำคัญที่สุดคือระหว่างการออกกำลังกายต้องให้หัวใจหรือชีพจร เต้นอยู่ในช่วงชีพจรเป้าหมาย(target heart rate) ซึ่งสามารถคำนวณได้จากสูตร

ชีพจรสูงสุด(maximum heart rate) = 220- อายุ(เป็นปี)
ชีพจรเป้าหมาย(target heart rate) = 60%-70% ของชีพจรสูงสุด

             การจับชีพจรก็สามารถทำได้ง่ายๆคือ การจับบริเวณข้อมือประมาณ 15วินาทีแล้วคูณด้วย 4 โดยทำเป็นระยะระหว่างการออกกำลังกาย หรือถ้าจะให้ดีที่สุดคือควรมีอุปกรณ์การจับชีพจร ซึ่งมีหลายรูปแบบ ในท้องตลาดก็มีแบบที่เป็นนาฬิกาข้อมือ การออกกำลังกายอย่าหักโหมจนชีพจรเต้นเร็วเกินชีพจรสูงสุดเพราะจะเป็นอันตราย กับหัวใจ

ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบแอโรบิก

             1. ทำให้สมรรถภาพการทำงานของหัวใจและปอดดีขึ้น
             2. ช่วยลดไขมันในร่างกาย สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำให้น้ำหนักลดได้ แต่ต้องทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร
             3. ในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน คลอเรสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์สูง การออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำให้ระดับน้ำตาล และไขมัน ในเลือดลดลงได้ด้วย
             4. ทำให้จิตใจสดชื่นเบิกบาน 

ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย

             1. ค่อยๆออกกำลังกาย จากเบาๆและเพิ่มความหนักขึ้น และเริ่มจากระยะเวลาสั้นๆก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มระยะเวลา ในการออกกำลังกายให้ถึง20-30 นาที
             2. ต้องมีการอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลัง เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมก่อน รวมทั้งเมื่อจะเลิกออกกำลังกาย ต้องค่อยๆผ่อนให้เบา  และช้าลงไม่หยุดทันทีทันใด
             3. ไม่ควรออกกำลังกายหลังจากรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ ควรออกกำลังกายหลังจากรับประทานอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
             4. ควรออกกำลังกายในสภาพอากาศที่เหมาะสมไม่เย็นหรือร้อนเกินไป และควรเป็นที่ๆมีอากาศถ่ายเทดี
             5. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน
  
ถ้าคุณสามารถปฏิบัติเช่นที่กล่าวมาได้อย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าหัวใจของคุณจะแข็งแรง
เป็นหนุ่มเป็นสาวเสมอ รู้อย่างนี้แล้วอย่ารอช้า
เรามาออกกำลังกายกันเถอะ
  
โดย : นพ.สุธี ศิริเวชฎารักษ์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องออกกำลังกาย


            สุขภาพ ร่างกายของคนเรานั้น ไม่มีใครที่จะสามารถซ่อมแซมส่วนที่ซึกหลอและสามารถสร้างใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ ร่างกายจะเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ที่ภูมิต้านทานของตัวเรา ถ้าเรารักษาสุขภาพโดยการออกกำลังกายโรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ถามหา จะร่ำรวยเงินทองมากมายสักเพียงใดก็ตาม ก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพดีเพื่อไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที ดีกว่ากินยาบำรุงวันละเม็ด และถ้าอยากให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงต้องออกกำลังกายทุกวัน สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องออกกำลังกายหรือออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส

            นาย สำเริง จีนอ่ำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกล้วย จ.ชัยนาท ร่วมกับชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ ลูกเจ้าพระยาชัยนาท จัดการทดลองวิ่งออกกำลัง หนองระแหง 5 รอบกระชับมิตร เนื่องจากหนองระแหงตั้งอยู่บนพื้นที่ของ อบต.บ้านกล้วย ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ของเทศบาลบ้านกล้วย โดยมีถนนคันคลองชลประทานกั้นกลาง ประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองชัยนาทไปใช้สถานที่ดังกล่าวออกกำลังมากกว่า ประชาชนในเขตท้องที่ตำบลบ้านกล้วย บึงหนองระแหงนั้นเดิมเป็นบึงที่รกร้างมีบัวขึ้นเต็มหนองน้ำขาดการรักษาดูแล หลังจากที่ยกฐานะขึ้นเป็น อบต.บ้านกล้วยแล้ว ทางคณะผู้บริหารจึงได้ของบประมาณจากส่วนกลางมาพัฒนาบึงดังกล่าวเป็นสถานที่ ออกกำลังกายโดยการให้ประชาชนมาใช้ประโยชน์พาบุตรหลานมาพักผ่อนในยามเย็น เนื่องจากมีเกาะกลางน้ำ ปราศจากมลพิษจากกลิ่นควันไอเสียรถยนต์และรถจักรยานยนต์

            นาย แพทย์สุระชัย วีระพงษ์เพียร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกล้ามเนื้อและข้อ ประธานที่ปรึกษาชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพลูกเจ้าพระยาชัยนาท กล่าวว่า ปัจจุบันนี้ สถานพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดชัยนาท ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน พ่อค้า ข้าราชการ ได้ออกกำลังกาย และเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัย ไข้เจ็บ และการออกกำลังกายนั้นจะไม่มีเวลาไปสนใจกับอบายมุข สิ่งเสพติด เป็นการพัฒนาด้านร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์แจ่มใสปราศจากโรคหลอดเลือดและ หัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายทุกวันจะหายจากโรคเครียด โรควิตกจริต โรคหวาดกลัว

            นาย เอกชัย ภู่เปี่ยม ประธานชมรมฯ กล่าวว่า ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ ลูกเจ้าพระยาชัยนาทที่จัดตั้งขึ้นมานั้น เนื่องจาก ประชาชน พ่อค้า ข้าราชการ ได้ใช้สถานที่บริเวณเขื่อนเรียงหิน หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาทเป็นสถานที่ออกกำลังกาย แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าว มีประชาชนไปใช้บริการกันมาก ไม่สะดวกต่อการออกกำลังกายบางประเภท จึงได้ชักชวนสมาชิกที่เป็นนักวิ่งไปใช้สถานที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกันโดย ใช้สถานที่หนองระแหง ซึ่งเป็นถนนที่เรียบ บริเวณรอบหนองฯ เป็นป่าไม้ธรรมชาติบรรยากาศดีมากการเดินวิ่งรอบหนองฯ ระยะทาง 1 รอบประมาณ 1,300 เมตร พร้อมกันนั้นเพื่อเป็นการรวมกลุ่มเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้อง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการเดินวิ่งออกกำลังกายอย่างถูกวิธี และนำสมาชิกฯเข้าร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกัน และนำทีมไปทำการแข่งขันเชื่อมความสามัคคีกับชมรมเดินวิ่งต่าง ๆ ทั่วประเทศเป็นการสร้างมวลชนและเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติในการจัดการแข่งขัน แต่ละจังหวัด และการจัด หนองระแหง 5 รอบกระชับมิตรใน ครั้งนี้ เพื่อที่จะให้นักเดินวิ่งที่สังกัดอยู่ในชมรมฯได้มารวมตัวกัน เพื่อชิงของรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อความสนุกสนาน สำหรับสมาชิกท่านใดที่สนใจอยากจะออกกำลังกายร่วมกัน และสังกัดอยู่ในชมรมฯเดียวกัน ไปสมัครได้ที่บริเวณหนองระแหง ต.บ้านกล้วย ในช่วงเวลาแดดร่มลมตกทุกวันไม่มีวันหยุด ไม่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์